รายละเอียดบทความ
| เจาะเนื้อหนัง เทรนด์ฮิตที่ต้องเตรียมใจ(เจ็บ) | ||||
|
||||
| กระแสการ
เจาะผิวหนังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการปักหมุด ใส่ห่วง
หรือล่าสุดมีการทำสการ์ หรือแผลเป็นให้เป็นลวดลายต่างๆ
และยิ่งเดี๋ยวนี้เราๆ
จะเห็นหนุ่มปักหมุดคิ้วหรือสาวร้อยห่วงบนปากเดินบนห้างเป็นเรื่องธรรมด้า
...ธรรมดาไปซะแล้ว แล้วคุณล่ะเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่หลงใหลแฟชั่นเสียวๆแบบนี้ จนต้องขอตุ้มสักอันมาแปะบนร่างกาย แต่ก่อนที่จะสวยจะเสียว การรู้ข้อมูลให้เพียงพอก่อนการตัดสินใจเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก แฟชั่นเจาะคืออะไร อย่างที่รู้ๆ การเจาะในที่นี้คือการร้อยเข็มเข้าไปในร่างกายเพื่อให้เป็นรูและใช้จิวเวอ รี่ร้อยเข้าไปเพื่อประดับตกแต่งร่างกาย ส่วนใหญ่บริเวณที่นิยมเจาะคือ หู จมูก และสะดือ แต่ในยุคนี้ไม่ว่าส่วนไหนของร่างกาย ก็สามารถเจาะเป็นแฟชั่นได้ทั้งนั้น ข้อคำนึงเมื่อถึงเวลาอยากเจาะ หากคุณตัดสินใจเจาะผิวหนังแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงคร่าวๆ คือต้องดูว่า บริเวณไหนที่เหมาะสมที่สุด โดยคำนึงว่าบริเวณที่จะเจาะต้องสะอาด โดยใช้สบู่ป้องกันแบคทีเรียและจุลินทรีย์ (ยกเว้นลิ้นและริมฝีปากด้านใน) อุปกรณ์และร้านเจาะก็ต้องมีสิ่งแวดล้อมที่สะอาด และทางร้านแนะนำวิธีทำความสะอาดและการแก้ปัญหาเบื้องต้นอย่างละเอียด ใคร่ครวญก่อนไปเจาะ เพราะการเจาะแต่ละที มีผลต่อสุขภาพ ดังนั้นความรู้เบื้องต้นที่ควรศึกษาก่อนจะเดินทางไปเจาะก็เป็นสิ่งที่ควรทำ สืบหาร้านที่น่าเชื่อถือ โดยส่วนใหญ่ร้านที่ได้มาตรฐานจะไม่เจาะให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี นอกจากจะได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง หรือมีจดหมายรับรองจากผู้ปกครอง เพื่อป้องกันผลที่ตามมาในอนาคต เพราะการเจาะหรือสักให้กับเด็ก อาจจะมีผลเมื่อเด็กโตขึ้นผิวหนังขยายตัวได้ บางจุดของผิวหนังที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ อาทิ จมูกและปากเพราะมีแบคทีเรียเป็นล้านอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ การเจาะลิ้นสามารถทำลายฟันได้ตลอดเวลา เพราะเป็นธรรมดาที่เวลามีตุ้มหรือสิ่งแปลกปลอมอยู่ในปากคนเรามักจะเขี่ยเล่น และตุ้มเหล่านี้ก็ไปกระทบ กระเทาะฟัน และการเจาะลิ้น เจาะแก้มและเจาะริมฝีปากทำให้เกิดปัญหากับเหงือก ทำให้เหงือกร่น อักเสบได้ มีผลการศึกษาว่าคนเป็นโรคบางโรคไม่ควรเจาะผิวหนัง อาทิ หลังจากที่เจาะแล้ว คนที่มีปัญหาโรคหัวใจเสี่ยงต่อการพัฒนาของโรคเพิ่มขึ้น และหากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ อย่างเป็นภูมิแพ้ โรคเบาหวาน หรือโรคผิวหนัง หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือแม้กระทั่งผู้หญิงตั้งครรภ์ ต้องปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด และไม่ใช่เรื่องดีเลยหากแผลที่คุณเจาะเรื้อรังและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคุณตัดสินใจเจาะแล้ว ต้องแน่ใจว่าคุณฉีดยาป้องกันไวรัสตับอักเสบและวัคซีนป้องกันบาดทะยักเรียบร้อยแล้ว วางแผนหาที่รักษาหรือร้านขายยาถึงอาการแพ้ที่จะเกิดขึ้น เพราะคุณไม่อาจรู้ได้ว่าเจาะแล้วจะเกิดอาการอะไรกับคุณ ไม่ว่าจะเป็นการอักเสบ แพ้ เลือดไหลไม่หยุด ผิวหนังรอบๆ ที่เจาะมีอาการผื่นแดง หรือเปลี่ยนสี ส่วนใครที่ต้องการเจาะลิ้นหรือริมฝีปากต้องมั่นใจว่า ฟันและเหงือกของคุณสุขภาพดีด้วย
การเลือกร้านใครว่าไม่สำคัญ เพราะการที่คุณจะเอาเนื้อหนังมังสาไปแลกกับจิวอันเล็กๆ ไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างที่คิด ดังนั้นร้านที่สักต้องได้มาตรฐาน เริ่มต้นจากการสังเกตง่ายๆ โดยเฉพาะเครื่องมือ-เครื่องใช้ที่ใช้ในการเจาะ และสิ่งแวดล้อมที่สะอาดสะอ้าน นอกจากความสะอาดของร้านที่ต้องคำนึงถึงเป็นสิ่งแรกแล้ว ต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ด้วย - ผู้เจาะต้องทำความสะอาดมือด้วยสบู่ฆ่าและป้องกันเชื้อโรค และสวมถุงมือแพทย์ให้เรียบร้อย - เครื่องมือทุกชิ้นผ่านการฆ่าเชื้อ และไม่ใช้เครื่องเจาะที่เป็นปืนเพราะไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อโรคแน่นอน - เข็มที่ใช้เจาะต้องใหม่ และไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน และเมื่อใช้แล้วต้องทิ้งในภาชนะที่ปลอดภัย เหมือนกับการทิ้งเข็มฉีดยาของแพทย์หรือพยาบาล - ไม่ควรลืมถามถึงจิวเวลลี่เราจะนำมาสวมว่าทำจากอะไร เพราะบางทีอาจเกิดอาการแพ้ได้ วัสดุที่สามารถประดับร่างกายเราได้ ได้แก่ โซลิด 14 กะรัต หรือ ทอง 18 กะรัต, ไททาเนียม, ไนโอเบียม หรือแพททิเนียม ถ้าคุณรู้สึกว่าร้านไม่สะอาดพอ หรือเมื่อถามคำถามต่างๆ จากช่างเจาะแล้ว ได้รับการเพิกเฉยหรือข้อมูลที่ไม่เพียงพอ ก็อย่าพยายามดื้อดึงจะเจาะร้านนี้ให้ได้ เพราะร้านเจาะในยุคนี้มีมากมายให้เราเลือก วิธีที่ดีที่สุดคือ หาร้านที่เรารู้สึกมั่นใจทั้งความปลอดภัยและได้รับคำแนะนำที่ดีจากร้านนั้นๆ |
||||
| ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : เจาะเนื้อหนัง เทรนด์ฮิตที่ต้องเตรียมใจ(เจ็บ) | ||||
| ผู้ลงบทความ : ปูเป้ |















